ข้อมูลรายประเทศ

ไทย

อัพเดทล่าสุด

19 กุมภาพันธ์ 2565


การใช้ใบรับรอง

ดังที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประเทศไทยมีีการใช้ใบรับรองการฉีดวัคซีน COVID-19 CERTIFICATE OF VACCINATION ออกโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเดินทางไปต่างประเทศ 


ประเภทใบรับรอง

ใบรับรองการฉีดวัคซีน


ชื่อใบรับรอง

COVID-19 CERTIFICATE OF VACCINATION, ใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด, วัคซีนพาสปอร์ต 


กำหนดการในการใช้ใบรับรอง

เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564


รายละเอียดใบรับรอง

ใบรับรองการมีภูมิคุ้มกันสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ: โรคโคโรนาไวรัส 2019 (COVID-19) วัคซีน: ชื่อ วันเดือนปีเกิด เพศ สัญชาติ หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวประชาชน (ถ้ามี) ลายมือชื่อผู้รับวัคซีน ปริมาณวัคซีน (โดส) ชื่อวัคซีน วันที่ฉีดวัคซีน ผู้ผลิตและรุ่นของวัคซีน วันที่ออกใบรับรอง ลายมือชื่อและสถานะทางวิชาชีพของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนาม ตราประทับทางการของศูนย์ที่ออกใบรับรอง


รูปแบบใบรับรอง

หลักฐานการฉีดวัคซีนมีให้ทั้งรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และรูปแบบเอกสาร


กระบวนการเข้าประเทศ

สำหรับมาตรการทั่วไป 

ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 (เวลา 09.00 น. ประเทศไทย) เป็นต้นไป ระบบ Thailand Pass จะเปิดการลงทะเบียนสำหรับการเดินทางเข้าประเทศไทยแบบ Test & Go (TG)  และ Sandbox (SB) ของจังหวัดชลบุรี (เฉพาะเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง ศรีราชา เกาะสีชัง ตำบลนาจอมเทียน และบางเสร่) และตราด (เฉพาะเกาะช้าง) เพิ่มเติมจาก SB ของจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และ สุราษฎร์ธานี และ Alternative Quarantine (AQ) 

สำหรับผู้ที่ลงทะบียน Thailand Pass และได้รับ QR Code ในการเดินทางเข้าประเทศไทยแบบ TG และ SB ก่อนเวลา 00.00 น. ของวันที่ 22 ธ.ค. 2564 สามารถเดินทางเข้าไทยได้ตามวันที่และรูปแบบการเข้าประเทศ ที่ได้ระบุใน QR Code ดังกล่าว 

ปัจจุบันมีมาตรการเข้าประเทศทั้งหมด 3  มาตรการดังนี้ 

  • การเดินทางเข้าประเทศแบบ Test and Go สำหรับผู้เดินทางที่ฉีดวัคซีนแล้วที่เดินทางจากประเทศและพื้นที่ต้นทางที่อนุญาตให้เดินทางข้ามาในประเทศเท่านั้น และจะต้องมีหลักฐานการจองโรแรมมาตรฐาน SHA+ หรือ โรงแรมสำหรับกักตัวทางเลือก (AQ) 
  • การเดินทางเข้าพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวในประเทศไทย  – สำหรับผู้เดินทางที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว โดยจะต้องเข้าพักในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวอย่างน้อย 7 คืน ก่อนออกเดินทางไปยังจังหวัดอื่น ๆ และจะต้องมีหลักฐานการจองโรมแรมมาตรฐาน SHA+ หรือ โรงแรมสำหรับกักตัวทางเลือก (AQ) 
  • การเดินทางเข้าประเทศไทยโดยเข้าพักในสถานที่กักกันทางเลือก – สำหรับผู้เดินทางที่ฉีดวัคซีนแล้ว ยังรับวัคซีนไม่ครบถ้วน หรือยังไม่ได้รับวัคซีนโดยไม่จำกัดประเทศ/พื้นที่ต้นทางที่เดินทางออก และจะต้องมีหลักฐานการจองโรงแรมสำหรับกักตัวทางเลือก (AQ) 

สำหรับรายละเอียด โปรดติดต่อสอบถามได้จากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ในประเทศ 

เอกสารที่ต้องจัดเตรียม 

Thailand Pass เป็นระบบบนเว็บสำหรับนักเดินทางชาวไทยและชาวต่างประเทศเพื่อกรอกข้อมูลการเดินทางและสุขภาพและอัปโหลดเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนเดินทาง ระบบนี้ใช้งานได้และจะแทนที่ระบบ COE ในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 อย่างไรก็ตาม COE จะยังคงใช้สำหรับนักเดินทางบางกลุ่ม 

กระบวนการกักตัว 

ขึ้นอยู่กับโครงการที่ผู้เดินทางเลือกในการเข้าประเทศ   

  • Test and Go – กักตัวในวันที่ 1 และวันที่ 5 เพื่อรอผลตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR 
  • การเดินทางเข้าพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (Sandbox) – เข้าพักในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวอย่างน้อย 7 คืน 
  • การเดินทางเข้าประเทศไทยโดยเข้าพักในสถานที่กักกันทางเลือก – กักตัวที่โรงแรมกักตัวเป็นระยะเวลา 7-10 วัน 
  • ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ สามารถเข้าพักในโรงแรม AQ หรือสถานที่ที่ราชการกำหนด เป็นเวลา 7 วัน โดยตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ RT-PCR ในวันที่ 0-1 และวันที่ 6-7 
  • ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือรับวัคซีนไม่ครบ ต้องเข้าพักในโรงแรม AQ หรือสถานที่ที่ราชการกำหนด เป็นเวลา 10 วัน โดยตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ RT-PCR ในวันที่ 0-1 และวันที่ 8-9 

วัคซีนที่ใช้ในประเทศ

SinoVac CoronaVac, Oxford–AstraZeneca, Sinopharm BBIBP-CorV, Moderna, Pfizer/BioNTech, Johnson&Johnson


วัคซีนที่ยอมรับสำหรับผู้เข้าประเทศ

CoronaVac, AstraZeneca หรือ Covishield, Pfizer–BioNTech หรือ Comirnaty, Johnson & Johnson, Moderna, Sinopharm, Sputnik V


สถานะการเปิดประเทศ

ผู้เดินทางจากแอฟริกาใต้ นามิเบีย ซิมบับเว บอตสวานา เลโซโท เอสวาตินี มาลาวี หรือโมซัมบิกไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ในขณะนี้ หากมีความจำเป็นต้องเดินทาง โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ในประเทศที่ท่านอาศัย โดยจะต้องกักตัว 14 วันเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย  

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Thailand Pass